ตามาดู หูมาฟัง · What to ดู

Her 2013 ไร้ดีไซน์ในหนังไซไฟ

her-1

                       “I love HER so much”

ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่เรายังเชื่อว่าหนังรักโรแมนส์ติก-ไซไฟ ระหว่างTheodore กับ Samantha (ระบบปฏิบัติการจำลอง) คงต้องเป็นหนึ่งในลิสต์หนังโปรดของใคร หลายๆคน ไม่ว่าจะดูอีกกี่ครั้งก็ยังอินกับความรักของทั้งคู่อย่างแน่นอน

คงไม่ใช่เราแค่คนเดียวที่คิดว่าเทคโนโลยีของโลกเราทุกวันนี้พัฒนาไปไกล ไกลมากจนคิดไม่ออกว่าโลกที่ไม่มี Internet เป็นแบบไหน เราฝากความหวังไว้กับอินเตอร์เน็ตมากขึ้น เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว

ครั้งแรกที่เห็นโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ผ่านตามSocial ยอมรับเลยว่า ไม่ได้บอกเรื่องราวอะไรของหนังเลย แต่มาสะดุดตาตรงที่รางวัลที่หนังได้รับหรือเข้าชิงนั้นกินพื้นที่มากกว่าหน้าตาพระเอกของเรื่องเสียอีก ส่วนตัวชอบดีไซน์โปสเตอร์นี้มาก สีสันฉูดฉาดเตะตาทุกคนที่พบเห็น พร้อมทั้งพอรู้ว่าตัวเอกในเรื่อง “Theodore” แสดงโดย  Joaquin Phoenix ที่ต้องพบรักกับระบบปฏิบัติการ Samantha พากษ์เสียงโดย  scarlett johansson แถมยังได้ Spike Jonze มากำกับอีก จึงรีบพุ่งตัวตีตั๋วเข้าโรงโดยทันที

her2

 

ในหนังเรื่องนี้เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นยุคโลกอนาคต  หนังสะท้อนกลับมาได้ชัดเจนว่าโลกเราในปัจจุบันกำลังก้าวตามโลกสมมุติในเรื่อง หรืออาจจะเป็นแบบนั้นในอีกไม่ช้า เห็นได้จากเทคโนโลยีที่เริ่มเข้ามากลืนกินการใช้ชีวิตของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆจนแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์แบบ Face to Face  เราใช้เทคโนโลยีเพื่อลดระยะทางในการสื่อสารจนกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ 5 ของชีวิตไปแล้ว

Theodore ก็เช่นกัน เขาเป็นหนุ่มวัยทำงานดูบ้านๆคนหนึ่ง เขาเพิ่งตกลงแยกทางกับภรรยา ทุกวันนี้ชีวิตเขามีแต่ออฟฟิสกับบ้าน  งานของเขาคือการเขียนจดหมายแทนคนอื่น ทั้งจดหมายรัก จดหมายแสดงความเสียใจ และจดหมายแสดงความยินดี เขาต้องสวมบทบาทแทนบุคคลเหล่านั้นเพื่อตอบจดหมายทุกวัน ที่เก๋คือเขาใช้เสียงในการตอบจดหมาย เมื่อพูดจบประโยคโปรแกรมจะพิมพ์คำพูดทุกคำลงในจดหมายให้โดยอัตโนมัติ ในเรื่องนี้ตัวเอกจะทำทุกอย่างในชีวิตประจำวันโดยใช้คำสั่งเสียง ถือว่าเป็นความเก๋ของหนังที่เน้นโลกอนาคตเลยทีเดียว

6a00e5506da997883301a3fbbda3db970b-800wi

             Theodore  เป็นคนแสดงออกไม่เก่ง ถนัดในการแสดงความรู้สึกออกมาในงานเขียนมากกว่า ส่วนหนึ่งคิดว่าผู้กำกับเลือกที่จะให้ Theodore ทำงานเป็นนักเขียนก็เพื่อที่จะสื่อถึงความรู้สึกสับสนภายในใจของตัวละครที่ภายนอกสุขุม ดูเป็นคนอบอุ่น สมบูรณ์แบบเรื่องหน้าที่การงาน แต่ภายในเขากลับใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่รู้จะหาอะไรมาเป็นเป้าหมายของการมีชีวิตอยู่ที่แท้จริง

              จนวันหนึ่งเขาตัดสินใจซื้อระบบปฏิบัติการเสมือนจริง ที่เรียกว่า OS มาลองใช้ ทำให้เขาได้พบกับ “Samantha” ระบบปฏิบัติการสาว ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นเลขาส่วนตัวของเขา เธอเป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถโต้ตอบได้เหมือนมนุษย์จริงๆ รูปร่างคล้ายโทรศัพท์มือถือ ทุกอย่างสั่งการด้วยเสียง

tumblr_mxtn1uo7411seyhpmo1_1280

เธอจะคอยปลุกเขาทุกเช้า และมีระบบที่สามารถแต่งเพลง ร้องเพลงให้เขาฟังก่อนนอนได้ทุกคืน รวมถึงเตือนเรื่องนัดหมายและคอยตอบอีเมลต่างๆ แทนเขาได้ด้วย

ตั้งแต่มี  Samantha เข้ามา  ชีวิตของ  Theodore เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ในทุกๆ วัน เขามีความสุขจากการนั่งคุยกับเธอผ่านหน้าจอเล็กๆ ไปเที่ยว ซื่อของ คุยโทรศัพท์  เขาติดเธอมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งตกหลุมรัก  Samantha โดยที่รู้ว่าเธอไม่มีตัวตนอยู่จริง

6a00e5506da997883301a5106e09ec970c-800wi

her-joaquin-phoenix

 

นอกจากคู่ของ Theodore แล้ว ในเรื่องนี้ยังพูดถึงความรักของ เพื่อนธีโอดอร์อย่าง Amy (Amy Adams) ที่พบรักกับระบบปฏิบัติการเหมือนเขาด้วยเช่นกัน

Theodore รัก Samantha เหมือนเธอเป็นมนุษย์จริงๆ   เธอเองก็เริ่มรู้สึกมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ มีกระบวนการทางความคิดใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว หลายเหตุการณ์ในหนังบอกเราว่าระบบปฏิบัติการกำลังจะกลืนกินความสัมพันธ์ของมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันเอง ผู้คนไม่มองหน้ากัน ไม่มีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริง เพราะทุกคนมีโอเอสเป็นของตัวเอง และไม่สนใจเรื่องชีวิตคู่

6a00e5506da9978833019b044ade57970d-800wi

 

 

6-14_her_closing
Warner Bros. Pictures

final scene

ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับระบบปฏิบัติการจำลองนี้แพร่ขยายไปอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว  กระทั่งในที่สุดทางบริษัทผู้ผลิตจึงตัดสินใจปิดระบบปฏิบัติการนี้ เพื่อป้องกันความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับระบบปฏิบัติการที่นับวันจะถลำลึกไปเรื่อยๆ

 

 

ชีวิตธีโอดอร์ไม่สมหวังในความรักอีกครั้ง แต่ความรู้สึกในครั้งนี้คงต่างจากรักครั้งก่อนๆ ที่เขาเคยพบมาแน่นอน

คาดว่าไม่ใช่แค่ธีโอดอร์ที่เป็นแบบนี้ แต่ในอนาคต ผู้คนอีกมากที่ไม่สมหวังในรักหรือไม่มีเป้าหมายอะไรในชีวิต ก็อาจจะมาเป็นธีโอดอร์ในชีวิตจริงได้ เพราะเทคโนโลยีเสมือนจริงเริ่มเข้ามาใกล้ชีวิตประจำวันเรามากขึ้นเรื่อยๆ

 

เรายอมรับเลยว่าหลังจากดูเรื่องนี้จบ เรายังนั่งเคว้งอยู่ในโรงเกือบ 5 นาที ไม่ใช่เคว้งเพราะไม่อินนะ แต่อินจนทำอะไรไม่ถูก สงสารความรักของธีโอดอร์และซาแมนธาร์มาก เรื่องนี้ทำให้เรานั่งน้ำตาซึมได้เกือบทุก scene เลยจริงๆ ที่สำคัญ Joaquin Phoenix แสดงดีมาก อีกคนที่ลืมไม่ได้คือ Scarlett Johansson พากษ์เสียง Samantha  สำหรับเรา Scarlett คือผู้หญิงที่เสียงเซ็กซี่ที่สุดในโลก นี่มาแค่เสียงยังฮอตขนาดนี้ ถ้ามาแสดงเรื่องนี้ด้วยคงลงไปดิ้นเลยทีเดียว เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์จริงๆ เราชื่นชมการคัดเลือกนักแสดงของเรื่องนี้นะ ขนาดมาแต่เสียง ยังทำให้คนดูหลายๆ คนยังต้องตามหาเลยว่า จริงๆ แล้วเสียงซาแมนธาร์คือใคร

อีกเรื่องคือโปรดักส์ชั่นของ  HER เก๋มาก เท่มากกกก ในหนังเน้นดีไซน์โลกอนาคตซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ ไม่ใช่เวอร์จนเกินไป เรื่องนี้ฉากหลักๆ เน้นตึกสูงๆ มีดีไซน์เก๋ๆ เป็นโลกอนาคตที่สะดวกสบาย  เราจะไม่สามารถระบุได้เลยว่าเป็นที่ไหน  เห็นได้ชัดจากห้องของพระเอก เรียบแต่ไม่ง่าย เป็นแนว Minimalist ซะส่วนใหญ่เพื่อตอกย้ำวิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมของโลกเราในอนาคต

her

 

tumblr_mxpu9hvsaa1seyhpmo1_1280

ส่วนโทนของหนังเน้นเป็นสีฉูดฉาด ร้อนแรง แต่อุณหภูมิของสีออกแนวเอิร์ทโทน สีหลักๆที่เห็นคือ สีส้ม แดง เหลือง ฟ้าคราม เห็นได้จากการแต่งกายของตัวเอกในเรื่องที่จะใส่แต่สีฉูดฉาด แต่ดูกลมกลืนไปกับโทนหนังมากๆ

her-013

 

“หูมาฟัง”

“หนังอะไรไม่รู้เพลงเพราะเป็นบ้า” นี่คือสิ่งที่คิดตลอดเวลาที่ดูเรื่องนี้  นอกจากตัวแสดงดี โทนหนังเก๋แล้ว   เพลงประกอบของ HER ยังทำให้เหงา จนฆ่าเราตายคาจอได้ด้วย เพลงยอดฮิตคงหนีไม่พ้น The Moon Song ที่ Samantha แต่งให้ Theodoreในเรื่อง  จริงๆแล้ว เพลงนี้ได้ Karen O นักร้องสาวจาก  Yeah Yeah Yeahs มาแต่งเนื้อร้องและทำนองให้  เพลงนี้เรากรี๊ดมาก จนเพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลย์ลิสต์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

นอกจากนี้ยังได้ ARCADE FIRE วงดนตรีเชื้อสายCanadian มาแต่งเพลงประกอบให้เรื่องนี้ด้วย เพลงของพวกเป็นเพลงบรรเลงทั้งหมด แต่ขอบอกเลยว่าเพราะมากกกกก เข้าถึงอารมณ์ของตัวเอก  สะท้อนความคิดตัวละครออกมาได้ดีมาก  เพลงประกอบทุกเพลงใน HER เราขอยกนิ้วให้จริงๆ

 

 

จะว่าไปแล้ว ในอนาคตเราเชื่อว่าต้องมีคนอย่างธีโอดอร์เกิดขึ้นจริงๆ พราะโลกเราพัฒนาเทคโนโลยีความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งของมากขึ้นจนเกือบหลอมละลายไปด้วยกันอยู่แล้ว  ไลฟ์สไตล์ชีวิตผู้คนในสมัยนี้ก็มีอาการphubbing (กริยาของการให้ความสนใจกับโทรศัพท์มือถือ) มากขึ้น อยู่แต่ในโลกส่วนตัว จนไม่สนใจจะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง

                 HER จึงถือเป็นหนังที่สะท้อนผู้คนในอนาคตของโลกเราอย่างไม่ใกล้ไม่ไกลแน่นอน

ขอบคุณที่ติดตาม

ขอบคุณรูปภาพจาก Warner Bros. Pictures.

Thanyalife

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s